เทศน์เช้า วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๘
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
วันนี้มันจะเป็นวันทำบุญ มันเป็นมงคลชีวิตของเรานะ เพราะวันนี้มันเป็นวันทอดกฐิน แต่กว่าจะเกิดการอย่างนี้ได้ มันต้องเกิดชุมชน ต้องเกิดชาติ
ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
เมื่อวานเป็นวันสวรรคตของสมเด็จราชินีไง ถ้าสมเด็จราชินี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มันเป็นความมั่นคงของชาติ ถ้าไม่มีความมั่นคง ไม่มีความสามัคคี มันจะเกิดงานบุญขึ้นมาไม่ได้
ถ้ามันจะเกิดงานบุญขึ้นมา เห็นไหม ฉะนั้น เวลาท่านสวรรคต มันถึงว่าการไว้ทุกข์ทั้งประเทศ ถ้าเป็นสมัยโบราณต้องโกนหัวหมดทั้งประเทศ แต่นี่มันเป็นประชาธิปไตยๆ ไง ถ้าประชาธิปไตย รัฐบาลเขาถือว่าเขาไม่ได้ห้าม แต่เขาให้ดูกาลเทศะ
คำว่า “กาลเทศะ” เราเข้าไปในหมู่บ้านใด ชุมชนใด เขามีความเชื่อของเขาอย่างไร เราควรเคารพความเชื่อของเขา เราจะไปอยู่ที่ไหน เราต้องดูว่าชุมชนเขามีความเห็นอย่างไร เราไม่ใช่ไปหมิ่นน้ำใจเขา แล้วไปรังแกให้เขาเจ็บช้ำน้ำใจไง
นี่เหมือนกัน ในเมื่อประเทศไทยเขาไว้ทุกข์ ๑ ปี การไว้ทุกข์ ๑ ปี ไว้ทุกข์เพราะอะไร
ไว้ทุกข์ วันแม่แห่งชาติ วันแม่แห่งชาติเป็นหลักเป็นชัยของชาติ สิ่งอย่างนี้มันมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ครอบครัว พ่อแม่ลูกมีสมัยตั้งแต่โบราณ แต่มันไม่มีใครฟื้นฟู ไม่มีใครทำกิจกรรมขึ้นมาให้มันเข้าไปถึงหัวใจของคนไง
พอวันแม่แห่งชาติๆ งานประจำโรงเรียน เขาให้ลูกกราบพ่อกราบแม่ ไอ้คนคัดค้านมันก็ว่าไม่เป็นประโยชน์ แต่นั่งร้องไห้นะ แม่ก็ร้องไห้ ลูกก็ร้องไห้นะ
มันเป็นความลึกซึ้งในใจที่ไม่กล้าแสดงออก พ่อแม่ลูกรักกันทั้งนั้นน่ะ แต่ไม่กล้าพูดคำว่า “รักนะ” ต่อหน้าทำงอนนะ แต่ในใจมันผูกพัน เพราะอะไร เพราะสายบุญสายกรรม มันเป็นเรื่องสายบุญสายกรรม มันมีเวรมีกรรมต่อกันมา มันถึงได้มาเกิดร่วมในชาติในตระกูลเดียวกัน กรรมดีกรรมชั่วมันมีของมัน นี่ธรรมชาติของมนุษย์ไง
ฉะนั้น สิ่งนี้มันมีอยู่ในนิสัยเชื้อไขในหัวใจของคน แต่มันไม่มีใครเอามาทำประโยชน์ไง ไม่มีผู้นำที่ดีงามเพื่อความสงบสุข ความร่มเย็นในชาติไง
ทีนี้พอเขาทำเป็นวันแม่แห่งชาติ ไอ้คนคัดค้าน ชาติเชิดอะไรกัน ไม่เกี่ยว
เกิดกับชาติ เกิดในแผ่นดินนี้
การเกิด มนุษย์เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เกิดในประเทศอันสมควรนี้สำคัญที่สุด เกิดเหมือนกันแต่ไปเกิดที่ไหน ไปเกิดในดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ โอ้โฮ! เป็นโชคเป็นลาภของเราเลย ไปเกิดในที่ทุรกันดาน นั่นน่ะเราต้องปากกัดตีนถีบของเราไป นี่เป็นเรื่องของชาติ
วันนี้จะมาทำบุญๆ ไง เวลาทำบุญกุศล เราระลึกถึง อุทิศส่วนกุศลนี้สำคัญมาก เพราะน้ำใจของคน คนถ้ามีน้ำใจเป็นบวกดีงามนะ มันจะมีความอบอุ่นโดยธรรมชาติเลย ไอ้คนที่มันโกรธแค้นกัน โอ้โฮ! มันร้อนนะ นี่ไง ความคิดของคนๆ ไง
วันนี้วันทอดกฐิน ทำบุญเพื่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นี่พูดถึงพระพุทธศาสนา การเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาสอน กฐินนี้เกิดขึ้นมาได้มันต้องมีพระจำพรรษาครบสงฆ์
คำว่า “สงฆ์” เพราะสงฆ์ไง ถ้าไม่มีความสามัคคีกัน ในการเข้าพรรษานั้น ออกพรรษาไป แตกแยกไปคนละทิศคนละทางเลย
ฉะนั้น เวลาจะทอดกฐินๆ ต้องมีสงฆ์ขึ้นมาก่อน สงฆ์คือความสามัคคีกันในสงฆ์นั้น ถ้าในสงฆ์นั้น เวลาสิ่งที่เป็นมงคลชีวิต การเกิดเป็นสหชาติกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด
แต่เราเกิดไม่ทัน หรือเราเกิดแล้วเราไม่รู้ เช่น หลวงปู่มั่นๆ เวลาครูบาอาจารย์ท่านระลึกของท่านไง ท่านบอกหลวงปู่มั่นเคยเห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์ดาวดึงส์ ที่นครราชคฤห์ ครูบาอาจารย์ของเราหลายองค์เลย อยู่ในสถานการณ์นั้น
ถ้าอยู่ในสถานการณ์นั้น แสดงว่าเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ กึ่งกลางพระพุทธศาสนา ศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่งไง ถ้าเจริญอีกหนหนึ่ง เจริญจากครูบาอาจารย์ที่ท่านมีบุญกุศลของท่าน ท่านได้ฟื้นฟู ฟื้นฟูไง
ฟื้นฟูอะไร
ฟื้นฟูประเพณี ฟื้นฟูการกระทำในพระไตรปิฎก ๒,๐๐๐ กว่าปี
แล้วก็สำมะเลเทเมาไง โยนทิ้งของที่มีคุณค่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ศาสนาๆ ศาสนาเป็นการสมานให้คนเห็นใจ รักกัน มีคุณงามความดีต่อกัน แล้วศาสนาเป็นที่ไว้วางใจได้หรือไว้วางใจไม่ได้
หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านเกิดมา ท่านก็เห็นสภาพแบบนั้นไง เวลาท่านจะออกฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมามีแต่คนคัดคนค้าน คนไม่เห็นด้วยทั้งนั้นน่ะ อยู่วัดอยู่วามันก็มีความสุขความสบายอยู่แล้ว ทำไมต้องไปอยู่ในป่าในเขาให้มันทุกข์มันยากอย่างนั้นไปไง
แต่ท่านก็ไปฝึกฝนของท่าน มีการทำของท่านขึ้นมาให้เป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจของท่าน เวลาถ้าเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจของท่าน เป็นที่ไว้วางใจไง
กลิ่นของศีลกลิ่นของธรรม
กลิ่นของศีลกลิ่นของธรรมมันหอมทวนลมไง
ใครอยากจะไปหาหลวงปู่มั่น ไปไม่มีทางที่จะได้เจอหรอก ท่านอยู่ในป่าในเขาของท่านไง
เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านพูดไง ถ้าเป็นทางโลกๆ มันทุกข์มันยาก แต่ถ้าเป็นทางธรรม เศรษฐีธรรม มีความสุข มีความสบาย หัวใจนี้มีคุณค่ามาก ถ้าหัวใจมีคุณค่ามาก เห็นไหม
ในสมัยปัจจุบันนี้ออนไลน์ๆ มันหลอกมันลวงทั้งนั้นน่ะ มันเอไอ มันทำขึ้น ไม่มีอยู่จริง ถ้าไม่มีอยู่จริง มันจะเป็นความจริงขึ้นมาได้อย่างไร ถ้ามันไม่มีอยู่จริง ทุกคนบอกไม่มีความทุกข์ ความทุกข์ในใจของคนโยนทิ้งหมดเลย บอกกูไม่ทุกข์
ทุกข์ไหม มันไม่จริงไง
ถ้ามันจริงมันต้องแก้ทุกข์อันนั้นได้ แล้วแก้ทุกข์อันนั้นได้ แก้ด้วยวิธีการใด
ถ้ามันแก้ทุกข์ได้ มีการกระทำนั้นน่ะ มันถึงต้องข้อวัตรปฏิบัติมันถึงสำคัญไง มันสำคัญ มันสำคัญถึงการกระทำอันนั้น ถ้าการกระทำอันนั้น ครูบาอาจารย์ท่านทำของท่านมา เวลาหลวงปู่มั่นๆ ท่านฟื้นฟูของท่าน แล้วเวลาจะวางกองทัพธรรม
กองทัพธรรมไม่ได้เกิดอย่างนี้
กองทัพธรรมๆ ตั้งแต่หลวงปู่มั่นท่านอบรมบ่มเพาะ สร้างทรัพยากร คือหลวงปู่ชอบ ครูบาอาจารย์ ไปดูประวัติหลวงปู่ชอบสิ พรรษา ๓ พรรษา ๔ ได้รับจดหมายน้อย จดหมายน้อยให้ไปประชุมไง ให้ไปประชุมน่ะ หลวงปู่มั่นให้หลวงปู่สิงห์เป็นคนวางรากฐานไง
ประชุมกัน ข้อวัตรปฏิบัติขึ้นมามันมีคุณค่า มีคุณค่าที่ไหน มีคุณค่าการฝึกคนนี่ไง ถ้าฝึกคนก็ฝึกพระนี่ไง พระที่จำพรรษา ที่จะเกิดคณะสงฆ์ขึ้นมาไง แล้วคณะสงฆ์ที่เป็นกองทัพธรรมไง
ทำไมถึงเป็นกองทัพธรรมล่ะ
เขาไม่เห็นแก่โลก เรื่องโลกๆ เรื่องโลกามิสไง ยิ่งสมัยนั้นโทรศัพท์ยังไม่มีเลย แล้วยิ่งสมัยนี้นะ มันยิ่งกว่าโทรศัพท์อีก แล้วมันจะหลอกง่ายขนาดไหน มันหลอกเพราะมันไม่เห็นไง มันเห็นแต่หน้าจอ
ทุกข์ไหม เอ็งแก้ทุกข์ได้จริงหรือ
เห็นแต่หน้าจอแล้วชื่นบาน สดชื่นนะ เขาบอกให้กดๆ โอนๆ
ยิ่งกดยิ่งโอน ยิ่งทุกข์ยิ่งยาก
แต่ถ้าเรามีศรัทธามีความเชื่อในพระพุทธศาสนา มันต้องมีสติมีปัญญาของเราไง
ถ้ามีสติปัญญาขึ้นมา สิ่งที่การกระทำ แล้วการกระทำ หลวงตาพระมหาบัวท่านสอนไว้เอง คนที่ไม่ฉลาดจะรักษาศาสนาไม่ได้ มันรักษาศาสนาไม่ได้ เห็นไหม
เวลาหลวงปู่มั่นท่านวางเป็นกองทัพธรรมๆ ท่านพ่อลีๆ ท่านจะสร้างสี่มุมเมือง สร้างวัดอโศฯ แล้วจะไปสร้างที่ปทุมฯ ไง สุดท้ายท่านหมดอายุขัยไปก่อน
หลวงตาพระมหาบัวท่านพยายามของท่านนะ เราอยู่กับท่าน เราเห็นใจมาก เราแอบทำใต้ดินมาตลอด ท่านบอก ทำศาลาพระราชศรัทธา ก็จะทรงต่อจากวัดอโศการามให้เป็นสี่มุมเมือง ก็อยากจะเอาประชาชนไง อยากให้ประชาชนมีศีลมีธรรมในใจไง ถ้ามีศีลมีธรรมในใจขึ้นมา มันไม่ทุกข์ในใจของมัน เห็นไหม
ไปสร้างศาลาพระราชศรัทธาอันเดียวจบเลย ไม่ไปอีกแล้ว มีปัญหามาตลอด
ฉะนั้น พอมีปัญหาตลอดขึ้นมา เวลาเรามาอยู่ที่โพธาราม เวลาท่านมาเยี่ยมๆ ท่านมาเยี่ยม เห็นไหม เวลาคนที่ศรัทธา คนที่ใฝ่ดีเขาก็อยากจะส่งเสริม อยากให้มีสถานที่น่าไว้วางใจได้ สถานที่น่าไว้วางใจได้ ก็อยากจะถวายที่ดินสร้างวัดๆ
สร้างวัด เวลาถวายท่าน ท่านไม่รับ
สุดท้ายท่านบอกเลย มันเป็นภาระ สร้างวัดนั่นเรื่องหนึ่งนะ สร้างวัตถุ แล้วไอ้คนอยู่ล่ะ ไอ้คนที่จะมาสืบต่อจะหาที่ไหน มันเป็นภาระ ท่านร้องภาระ
เราก็นั่งอยู่กับท่านนั่นแหละ โอ้โฮ! เราเห็นแล้วมันสะเทือนใจมาก
สุดท้ายใครถวายท่าน ท่านรับหมดเลย แล้วก็โยน ท่านว่า หลวงตาพระมหาบัวท่านพูดไว้ เทศน์ที่โพธาราม ในเทปไปดูได้เลย
มันเป็นภาระ ถ้าธรรมดาเราไม่รับหรอก แต่นี่จะให้ไอ้บ้านี่เป็นคนทำ แล้วรับที่ดินมาก็โยนให้เรา โยนให้เรา มันเป็นภาระ
ถ้ามันเป็นภาระ เห็นไหม คนเรานะ ไม่มีช่องทางที่จะลวงโลก ไม่มีช่องทางที่จะหากิน มันก็ไปแสวงหาช่องทางมัน ถ้ามันเป็นมิจฉาทิฏฐิความเห็นผิด ถ้ามันเป็นทางธรรมๆ จะให้มันถูกต้องชอบธรรมจะไปหาที่ไหน หาที่ไหน
ก็นี่ไง ก็รับมานี่ภาระ แล้วภาระที่รับมา รับมาด้วยกองทัพธรรมๆ ทำด้วยความสุจริต
สร้างวัดมา ๙ วัด วัดนี้ที่ดินทั้งหมดเป็นของหลวงตาพระมหาบัว เขาถวายหลวงตาพระมหาบัว วัดนี้ ซีกนี้ ชาวโพธารามซื้อถวายท่าน ซีกนู้นน่ะ คุณนเรศซื้อฝั่งนู้นถวายหลวงตา ถ้าธรรมดาท่านไม่รับ แต่เพราะว่ามีคนรับภาระต่อ โยนมาให้เราไง
เราตั้งแต่อยู่กับท่านมา แล้วมาอยู่ที่ปทุมฯ เวลาหลวงตากับหลวงปู่เจี๊ยะคุยกันเรื่องนี้ เรื่องศาสนา เรานั่งฟังอยู่ด้วย แล้วเราเห็นว่าหลวงตาพระมหาบัวท่านพูดในเทปท้ายๆ ที่ท่านจะมรณภาพ
“เรา” คือหลวงตาพระมหาบัว
“เรากับท่านเจี๊ยะเอาหัวค้ำฟ้าไว้”
“เรากับท่านเจี๊ยะเอาหัวค้ำฟ้าไว้”
ฟ้ามันมีอะไรล่ะ มีอากาศ มีเมฆฝน ธรรมะมันมีอะไรล่ะ แล้วธรรมะที่เป็นความจริงมันอยู่ไหนล่ะ
“เราก็กับท่านเจี๊ยะเอาหัวค้ำฟ้าไว้”
ไปฟังสิ
ฉะนั้น เวลาท่านโยนมาให้ไง อ้าว! มารับไปๆ
พอรับไป มันรู้ไง รับไปๆ มันรู้ว่าอุดมการณ์ รู้ถึงความปรารถนา รู้ถึงครูบาอาจารย์เราทำอย่างไร เราทำของเรามา ทำมาจน ๙ วัดสร้างเสร็จหมดแล้ว หนังสืออาคารธรรมทายาทนี่แจกนั่นน่ะ
รัง รังได้สร้างจบแล้ว รังได้สร้างจบแล้ว รังนี้เป็นวัตถุ มันต้องอาศัยกำลังจากประชาชน ประชาชนสร้างจบแล้ว ฉะนั้น การทอดกฐินถึงจบไง จบแล้ว
การอาศัยโยม ภาระที่เอาหัวค้ำฟ้าไว้ ค้ำฟ้าคือค้ำกลิ่นของศีลกลิ่นของธรรม ศีลธรรมในหัวใจของท่าน ค้ำฟ้าไว้ให้ชาวพุทธได้มีโอกาสได้สัมผัส เวลาสัมผัสแล้วท่านพยายามจะสร้างสิ่งที่ดีงามขึ้นมามากกว่านั้นไง แต่มันเป็นภาระไง
ท่านบอกมันเป็นภาระ มันเป็นภาระ แล้วก็โยนมาให้เรา มันก็เป็นภาระ แต่เป็นภาระที่ครูบาอาจารย์ท่านมีอุดมการณ์ แล้วเราอยู่กับท่าน เรารู้ถึงว่าเจตนาหวังอย่างใด แล้วเราก็ทำตามนั้น
ฉะนั้น ทำตามนั้นมา ปากกัดตีนถีบ อดทนไว้เพื่อไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง จะทำอะไรก็ให้มันอยู่ในศีลในธรรม ถ้าในศีลในธรรม มันจบสิ้นแล้ว ภาระนี้จบ ภาระในการสร้างรังจบแล้ว ฉะนั้น กฐินก็จบไป เพราะอะไร เพราะมันเป็นภาระเราแล้ว ภาระนี้ก็ต้องกระจายไปสู่ญาติโยม
ญาติโยมมาวัดมาวา ค่าน้ำมันเท่าไร ก่อนจะมาบ้าน พ่อแม่อนุญาตให้มาหรือไม่ แล้วมาถึงวัดแล้วมันมีความขัดแย้ง มีความทุกข์ความยาก ไปวัดไปวาทั้งเหนื่อยทั้งยาก ทั้งไม่มีอะไร ไม่มีที่ซุกหัวนอนเลย ไม่มีอะไร
อันนั้นเวลามาสร้างที่โพธาราม ยังไม่มีอะไรเลย เราสั่งไม้มาเพื่อจะสร้างที่พักนี่
ท่านมานะ ท่านบอก “นี่อะไรน่ะ”
ไม้จะมาสร้างนั่นน่ะ
“เอาไว้นอนหรือ เอาไว้นอน”
จี้อย่างเดียวเลย
“ห่วงแต่กินแต่นอน ห่วงไม่มีที่นอนใช่ไหม”
กระหนาบเราอย่างเดียวเลย ทั้งๆ ที่เราก็รู้ ท่านด่าขนาดไหนนะ พอใจ พอใจมากๆ ใครด่าไม่ได้ เว้นไว้แต่หลวงตา หลวงตายิ่งด่าเท่าไรนะ มันฝังลงในนี้หมด
“จะไว้นอนใช่ไหม จะไว้นอนใช่ไหม”
นี่เอาไว้สร้าง ยังไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไรสักชิ้นหนึ่งเลย ท่านยังกระหนาบ เพราะอะไร
เพราะมันเจ็บแสบไง ไปสร้างที่ไหน สร้างอะไร ก็เสียหายไปหมด จะสร้างที่ไหน จะสร้างอะไร ก็ให้โยมคอยชี้นำ จะสร้างที่ไหน จะสร้างอะไรไร ก็ต้องให้ตามกระแสโยมชักนำ แล้วโยมเป็นนักปฏิบัติหรือพระเป็นนักปฏิบัติ แล้วพระปฏิบัติ ปฏิบัติเป็นหรือปฏิบัติไม่เป็น
ถ้าปฏิบัติเป็นขึ้นมา มันต้องการสงบสงัด มันต้องการสัปปายะ มันต้องการที่สงบสงัด
มันไม่ได้สร้างที่ว่าแอร์เย็นฉ่ำเลย นอนแล้ว แหม! สมาธิจะเป็นทันทีเลย
หลอกกันไปก็หลอกกันมา เห็นไหม
เวลารับ ท่านถึงบอกมันเป็นภาระ แล้วโยนมามันก็เป็นภาระเรา แล้วภาระ ถ้ามันไอ้คนโง่ๆ มันก็จะสร้างแบบที่โยมชี้นำ โยมบงการนั่นน่ะ จะเอาอย่างนี้ๆๆ
“เอาไว้นอนใช่ไหม เอาไว้นอนหรือ”
เวลาวัดป่าบ้านตาด เวลาท่านพูดน่ะ เวลาใครมาหาท่าน ท่านบอก เอ็งเอาหลังมาหรือเปล่า ถ้าเอาหลังมา นอนที่ไหนก็ได้
เวลาไปแล้วไม่มีที่นอน ไม่มีที่อยู่ มันจะลำบากลำบน
เอาหลังมาหรือเปล่า หลังน่ะ เอาหลังแนบพื้นก็นอนแล้ว จะไปห่วงอะไร ทำไมต้องให้มีใครมาบงการ แล้วไอ้คนบงการมันบงการอะไร
ฉะนั้น ภาระนี้ถึงจบ ภาระจบคือกฐินจบ กฐินจบไปแล้ว ตอนนี้การสร้าง ๙ วัด กำลังจะเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมายหมด กำลังจะขออนุญาตจะจดทะเบียนให้มันถูกต้อง เพราะอะไร
เพราะให้มันขลังในสิ่งที่หลวงตาท่านปรารถนา ท่านปรารถนาให้มีสำนักที่ปฏิบัติ ท่านปรารถนาสิ่งที่ไว้ให้ลูกหลาน
หลวงปู่มั่นๆ ท่านฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาในหัวใจของท่านกว่าจะสิ้นกิเลสได้ แล้วจะฝึกหัดๆ พระที่ปฏิบัติขึ้นมามันจะเจียนอยู่เจียนตาย จะเจียนอยู่เจียนตายถึงจะเป็นธรรมขึ้นมา
แล้วเป็นธรรมขึ้นมา กองทัพธรรมๆ ขึ้นมาก็เพื่อกองทัพธรรมเพื่อปราบผี ไอ้พวกทางภาคอีสานที่ถือผีๆ น่ะ สิ่งใดที่ได้มาแล้วจะกินจะอยู่ต้องแบ่งให้ผีครึ่งหนึ่งไง ต้องเซ่นผีเซ่นสางแล้วถึงได้ใช้จ่ายไง เศรษฐกิจครึ่งหนึ่งบูชาผี กองทัพธรรมๆ ปราบหมดเลย
กึ่งกลางพระพุทธศาสนา ศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่งไง
ตอนนี้พระพุทธศาสนา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์มันนับถือไว้ท่องบ่นไง สุดท้ายแล้วมันเป็นสายมูไง ไปกราบไหว้บูชาอะไรก็ไม่รู้ จะอ้อนวอนให้มันได้บุญได้กุศล จะให้มันร่ำรวยไง
เขาปราบกันมาหมดแล้วนะ หลวงปู่มั่น กองทัพธรรมปราบมาหมดแล้วนะ ตอนนี้มันจะกลับไปเหมือนเดิมอีกแล้วนะ
นี่ไง นี่ความมุ่งหมายไง ที่หลวงตาพระมหาบัวท่านจัดการของท่านไว้ไง
นี่พูดถึงว่าการสร้างรัง รวงรัง คือการสร้างวัตถุ การสร้างวัดสร้างวา ๙ วัดจบแล้ว กฐินจบ สร้างรังแล้วฟักไข่
เวลานกมันฟักไข่ๆ นะ กาเหว่าเวลามันไข่ มันไม่ทำรัง มันไปไข่ให้อีกามันฟัก ไอ้พวกที่ว่า สิ่งที่ว่าจรรโลงศาสนาๆ เวลาฟักไข่ๆ ดูสิ นกที่มันเลี้ยงลูกเลี้ยงเต้ามัน เห็นไหม นกมันอ้าปาก ลูกนกมันอ้าปากเลยนะ พ่อแม่มันต้องหาเหยื่อมาป้อนให้ลูกมันกิน ป้อนเหยื่อให้ลูกมันกิน
เวลาถ้าเป็นนกน้ำ มันก็ไปหาปลามาป้อนลูกมัน ถ้าเป็นนก ก็หาแมลง มันต้องบินนะ บินเพื่อไปจับแมลงนะ จับแมลงแล้วก็มายัดใส่ปากลูกมัน ยัดใส่ปากลูกมันน่ะ
นี่ไง ความมุ่งหมายว่ามันเป็นภาระผู้ที่จะมาจรรโลงในศาสนา มันจะอยู่ที่ไหนไง
ถ้ามันมีศีลมีธรรมขึ้นมา มันทำคุณงามความดีขึ้นมา นี่ก็เหมือนกัน เวลาสร้างรังๆ สร้างรังเสร็จแล้ว ต่อไปนี้มันก็ต้องฟักไข่ ดูแลลูกดูแลหลานมันไปไง เพราะดูแลพระ ดูแลผู้ที่ฝึกหัดปฏิบัติให้มันอยู่ในศีลในธรรมไง ต้องอยู่ในศีลในธรรม เห็นไหม
แล้วใครจะอยู่ในศีลในธรรมล่ะ
ตอนนี้ไปไหนใส่แมสก์กันหมดน่ะ เชื้อโรคมันเยอะ สังคมเวลาขึ้นมา ปรารถนาดี จะทำบุญๆ
มึงไว้ใจอะไรมันได้ ไวรัสทั้งนั้นน่ะ เดี๋ยวมันกลายพันธุ์ แล้วมันเอาความจริงมาจากไหน ความจริงนี้ไง
นี่พูดถึงว่าจะเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานไง จะฟักไข่ๆ เลี้ยงลูกนกไง เลี้ยงลูกนกให้มันเติบโตขึ้นมาไง
เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านพูด
“เรากับท่านเจี๊ยะเอาหัวค้ำฟ้าไว้ ค้ำพระพุทธศาสนาไว้ แล้วมันจะเหลือใคร”
ถ้ามันจะเป็นจริง ถ้าเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เราจะสร้างคุณงามความดีของเราต่อเนื่องกันไป ถ้าต่อเนื่องกันไป ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา การกระทำในศีลในธรรมไง
เวลาถือศีลนะ เห็นพระห่มผ้ากาสาวพัสตร์ เราก็เชิดชูบูชาทั้งนั้นน่ะ แล้วมันจะเป็นข้อเท็จจริงอย่างนั้นหรือไม่ล่ะ หน้าฉาก หลังฉากไง
แต่ถ้าเป็นหน้าฉากเป็นความจริง ของที่ทำทุกวันๆ ข้อวัตรปฏิบัติทำทุกวัน มันไม่เคอะไม่เขิน มันทำได้ธรรมชาติของมันน่ะ แต่ถ้าของที่มันไม่ได้ทำเลย เวลาญาติโยมมานะ “โยม โยมมาวัดมาวามันมาทำให้อาตมาภาวนาได้ยากนะ”
มันไม่เคยภาวนาน่ะ ถ้าไม่มีโยมมา มันภาวนาไม่เป็นน่ะ
ไอ้สำนักปฏิบัติๆ นั่นมันก็จัดพิธีปฏิบัติไว้ พิธีปฏิบัติตอนนี้ไง เวลาการศึกษา เขาให้เด็กมีโครงการไง เด็กจะทำโครงการมาเพื่อการศึกษาไง
นี่ก็เหมือนกัน ทำโครงการปฏิบัติ นั่งนี่ แหม! แจ๋วเลยนะ ถ่ายแต่รูป มันไม่มีอะไรอยู่จริงแล้ว ถ้าไม่มีอะไรอยู่จริง
หัวใจของคน หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ครูบาอาจารย์ท่านสอนไง โคนไม้ เรือนว่าง ที่บ้าน
เราพูดทุกวัน เพราะเราเจอในพระไตรปิฎก
“ทางของฆราวาสเป็นทางคับแคบ”
คับแคบเพราะมีหน้าที่การงาน ทำงานจนเหงื่อไหลไคลย้อย เวลาจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมา ก่อนนอน ตื่นนอน สวดมนต์ นั่ง ๕ นาที
ครูบาอาจารย์นะ ทั้งเราด้วย ๒๔ ชั่วโมง อดนอน ผ่อนอาหาร ๒๔ ชั่วโมง ๒๔ ชั่วโมงไม่เคยนอน เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนาตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมงต่อเนื่อง เป็นเดือน เป็นปี
หลวงปู่เจี๊ยะท่านชมอาจารย์สิงห์ทองไง เดินจงกรมจนเป็นร่อง เดินจงกรมจนเป็นร่อง
ครูบาอาจารย์องค์ไหนปฏิบัติ ในวงกรรมฐาน ในครอบครัวกรรมฐานจะรู้เลยว่าพระองค์ไหนทำได้ถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ถูกต้องชอบธรรม
ทำก็แค่พิธีทำ เราเยอะแยะ เราเห็นมาหมด เวลาจะปฏิบัติ เห็นคนอื่นปฏิบัตินะ เขาเดินจงกรมเป็นร่องใช่ไหม กูขุดหลุมเป็นร่องเลย ทำให้โยมดู เยอะแยะ แต่โยมไม่รู้
ไม่เห็นมีอะไรอยู่จริง
ถ้ามันเป็นจริงๆ ขึ้นมานะ กิริยาท่าทาง กลิ่นของศีลกลิ่นของธรรมนะ เว้นไว้แต่ติฉินนินทา เขาไม่มายุ่งกับมึงหรอก เพราะอะไร เพราะธรรมเหนือโลก เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง
สิ่งที่เราอยู่นี่มันเป็นสมมุติ เห็นไหม ทองคำตอนนี้ขึ้นไปอีกเท่าตัว ทองคำเหมือนเดิม ๑ บาทเท่าเก่า ราคาแม่งเท่าตัว สมมุติไง เดี๋ยวมันลงลู่ๆ เลย มันอยู่ของมันอยู่อย่างนั้นน่ะ แต่สุขทุกข์ในใจเราล่ะ ข้อเท็จจริงในหัวใจเราล่ะ
ถ้าเป็นข้อเท็จจริงไง เราเก็บไว้ในใจทั้งนั้นนะ ไม่พูดมาตลอด ไอ้เรื่องว่าจะยกเลิกกฐิน คิดมาตลอด เบื่อ รำคาญ แบกหามวุ่นวายไปหมด แต่อดกลั้นมา อดกลั้นมาตลอด ไอ้คนมาชี้นิ้ว ไอ้คนมาต้องการน่ะ
แล้วเวลาครูบาอาจารย์ ถ้าย้อนกลับ อย่างที่หลวงตากับหลวงปู่เจี๊ยะท่านคุยกัน ท่านคุยกันตลอดนะ พระอรหันต์ วิตกวิจารณ์ว่าสังคมมันเหลวแหลก พระทำไมมันทำตัวกันอย่างนั้น เวลาท่านคุยกันน่ะ
เราอยู่กับหลวงตามาก่อน พอมาอยู่กับหลวงปู่เจี๊ยะ เวลาหลวงตาท่านมาตรวจไง หลวงปู่เจี๊ยะ ภาษา วุฒิภาวะหรือปัญญาคนแตกต่าง
“ลงไป ผู้ใหญ่จะคุยกัน”
หลวงตาบอก “มึงนั่งอยู่นี่”
เพราะอะไร เพราะหลวงตาเคี่ยวเรามา ท่านรู้ แต่หลวงปู่เจี๊ยะ เพราะอะไร ท่านก็เคารพหลวงตา ท่านกลัวหลวงตาเหมือนกัน
เวลาหลวงตามานะ
“มึงไป ผู้ใหญ่จะคุยกัน”
หลวงตาบอก “มึงนั่งอยู่นี่”
ท่านคุยกัน เรานั่งฟังด้วย เราฟังมาแล้วมันเก็บไว้ในนี้ทั้งนั้นน่ะ เก็บไว้ในใจ เก็บไว้ในใจ แล้วเวลาที่มาอยู่โพธาราม มันเป็นบุญกุศลมันพัดมาเอง เขาไปนิมนต์กัน
หลวงปู่เจี๊ยะท่านบอกว่า เราคนที่นี่ คนโพธาราม
ทั้งๆ ที่บวชมาไม่เคยคิดเลยว่าจะสร้างวัด ไม่เคยคิด เพราะไม่เคยคิด ถึงไม่มีเพื่อน ไม่มีผู้สนับสนุน ไม่มีเลย เพราะไม่เคยคิดว่าจะตั้งหลักปักฐาน ไม่เคยคิดในหัวเลย ไม่เคยคิดในหัวนี้ว่าจะทำอะไร กูบวชแล้วต้องไปให้ได้เท่านั้น
เวลาพอนิมนต์มาไง เพราะว่าเป็นทางโลกไง เขานิมนต์มา เขาก็หลอกมาไง หลอกมาเพื่อเอาแบรนด์ว่าวัดป่าบ้านตาด เอามาเชิด แล้วจะเอาพวกเขามาบริหารจัดการในวัด มันเลยกลายเป็นสองชั้นไง
หนึ่ง ไม่เคยคิด ไม่เคยเป็นว่าจะมาอย่างนี้ ก็เลยไม่ได้เตรียมตัว
พอมาแล้วเขาสุมหัวกันกระทืบซ้ำอีกรอบหนึ่ง
แต่ในเมื่อมาแล้วก็ทำมาเรื่อย
ถ้าอย่างที่เราเทศน์ทุกวัน กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา เพราะมันเป็นบุญกุศลทำมาอย่างนี้
เวลาคนอื่นทำนะ ภาวนาไม่ได้ ภาวนาไม่เป็น
บอกว่า ก็เราทำมาอย่างนี้เองไง
ไอ้เราก็เหมือนกัน เราทำมา แต่ในชาติปัจจุบันนี้ไม่เคยคิดนะ ไม่เคยคิดว่าจะไปให้ใคร ไปแบกใคร ให้ใครขี่คอ
ตั้งแต่ภาวนามา ที่ไหนไง หลบอย่างเดียว ไปอยู่ที่ไหนถ้ามันไม่เป็นธรรม ฉะนั้น เวลาคิดในใจไง กูต้องอยู่กับพระอรหันต์เท่านั้น ถ้าไม่มีพระอรหันต์ กูก็อยู่ป่า กูจะไม่อยู่กับใคร เพราะใครมันลำเอียงทั้งนั้น มันเห็นแก่พวก เห็นแก่พ้องมันทั้งนั้น ถ้าอยู่ก็อยู่กับพระอรหันต์เท่านั้น ถ้าไม่มีพระอรหันต์ กูก็อยู่ป่าของกูคนเดียว
ไม่เคยยุ่งกับใคร เพราะไม่เคยเตรียมตัวอะไรว่าจะมาทำอะไร แล้วเขาไปเอามา แล้วครูบาอาจารย์ก็ให้มา เราก็ อืม!
เพราะฟังมาตลอดไง แล้วท่านไม่ไว้ใจใครไง ฉะนั้น เวลาใครถวายอะไรไง
“ถ้าธรรมดาไม่รับ แต่มีไอ้นี่มึงเอาไป”
เราก็รับของเรามาเรื่อย แล้วท่านก็รู้ตลอด เพราะมีคนไปรายงานตลอด คนที่เขามาไม่ได้ดั่งใจ ไปรายงานท่านทั้งนั้นน่ะ
ถ้าหลวงปู่เจี๊ยะ หลวงปู่เจี๊ยะยังกระหนาบเราอยู่นะ แต่หลวงตาท่านไม่เคยสนใจเลย แม้แต่ไอ้แทงข้างหลังๆ น่ะ เวลาคนไปรายงานท่าน ท่านยังไม่สนใจเลย
ทุกคนพยายามจะรายงานว่า เรานี่มันออกนอกลู่นอกทางไง
รายงานขนาดไหนนะ ท่านนั่งเอาไม้เกียแทะเฉย ไม่รู้เรื่อง
เวลาเขาไปฟ้องหลวงปู่เจี๊ยะ หลวงตาท่านบอกนะ ถ้าทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ ขณะนิโรธดับทุกข์แล้ว ใครจะใส่ไคล้อย่างไร กูก็ไม่ฟัง
เขาไปฟ้องหลวงปู่เจี๊ยะ ท่านไม่ฟังเลยนะ เพราะอะไร เพราะมันนิโรธ มันดับ ดับเหตุหมดแล้ว เหตุที่มาเป็นข่าวลือ มาเป็นการซ่องสุม สุมไฟ มาคอยจ้องทำลาย มันเรื่องสังคมนะ มันเรื่องโลก
คนทำผิด ถ้ากฎหมายบังคับใช้ไม่ถึง แต่กรรมเขามีไหม กรรมเขามีแน่นอน แต่กฎหมายเอาไม่ถึง เห็นไหม ในเมื่อถ้ามันไม่สิ้นสงสัย ยกประโยชน์ให้จำเลย
แต่หลวงตาท่านไม่ฟังเลย ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริง
ฉะนั้น ข้อเท็จจริงอย่างนั้น มันเป็นข้อเท็จจริงในอริยสัจ ในสัจจะ ในความจริง พวกเราเข้าไม่ถึง พวกเราเข้าถึงวิทยาศาสตร์ พิสูจน์กันด้วยว่ากระแสใครชักนำโน้มนำไป
แล้วไอ้ที่ว่าคิดถูกๆ ลองย้อนกลับไปซิว่า ที่เราคิดว่าถูกๆ มันผิดมากน้อยแค่ไหน กลับไปดูความคิดเดิมๆ ที่เราตัดสินอะไรไป ถูกผิดมากน้อยแค่ไหน
โลกๆ ทั้งนั้นน่ะ
ถ้าเป็นจริง เป็นจริงเข้ามาในหัวใจของตนไง
นี่พูดถึง เวลาวางไข่ แล้วจะฟักไข่ แล้วจะเอาอะไรป้อนมัน จะเอาอะไรยัดใส่ปากลูกนกที่มันอ้าปาก มันไม่รู้หรอกว่ายัดอะไรเข้าไปในปากมันน่ะ มันกินอย่างเดียวน่ะ ถ้าเป็นของพิษมันตายหมดน่ะ
ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ วิธีการดับทุกข์
แล้วถ้าจะสร้างวัด สร้างวัดขึ้นมาเพื่อฝึกหัดปฏิบัติให้มันถูกต้องชอบธรรม ให้มันดีงามของมัน ถ้าดีงามของมัน เห็นไหม
ถ้าเขาไม่มีวาสนา สิ่งใดที่เรายัดปากเขาไปแล้ว เขาไม่กลืน เขาขย้อนออกไป ก็กรรมของสัตว์ ถ้าเขากลืนเข้าไป แล้วเขาทำคุณงามความดีของเขา ให้มันเป็นสัจจะความจริงในหัวใจของเขา ถ้าสัจจะความจริงในหัวใจของเขา เห็นไหม
สร้างรัง คือมันเป็นภาระของสังคม เป็นปัญหาของโลก เลี้ยงลูกนกเป็นภาระของวงกรรมฐาน ครูบาอาจารย์ที่จะฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา
ไอ้ลูกนกๆ ก็เป็นหัวใจที่มันฝึกหัดปฏิบัติไง หัวใจที่มันฝึกหัดปฏิบัติ มันอ้าปาก มันอยากจะได้ของที่ถูกต้องชอบธรรมทั้งนั้นน่ะ แต่มันก็กินแต่กิเลสไง อะไรที่ถูกใจกูล่ะกูชอบ อะไรที่ไม่ถูกใจกู ลำเอียง ไม่เป็นธรรม
มึงจะกินสารพิษหรือ มึงจะกินพลาสติกใช่ไหม อาหารไม่กินใช่ไหม
ถ้ามันกิน ความจริงๆ ขึ้นมา เป็นความจริงขึ้นมาไง ถ้าเป็นความจริงขึ้นมา เห็นไหม สิ่งที่มันเป็นข้อเท็จจริงในหัวใจของตน ถ้ามันเป็นความจริงขึ้นมา มันจะจรรโลงพระพุทธศาสนา ถ้าพระพุทธศาสนา ถ้ามันถูกต้องชอบธรรมขึ้นมา มันจะถูกต้องชอบธรรมของมันขึ้นมา
ฉะนั้น ในพระพุทธศาสนาไง กตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี คนที่ดีงามเขากตัญญูกตเวทีสิ่งที่มีคุณกับเขา
นี่ก็เหมือนกัน เราขอขอบคุณพวกบรรเทาสาธารณภัยนะ เขามาช่วยดูแลความสะดวกมา ๒๐ ปี โรงทานๆ น่ะ ผู้ที่จิตอาสามาช่วยภาระในการจรรโลงพระพุทธศาสนา ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณที่ได้สร้างคุณงามความดีกับพระพุทธศาสนา
แต่ถ้ามันเป็นทางโลกๆ ไม่สนใจเขา บรรเทาสาธารภัยเขามาช่วยปิดทองหลังพระไง
ในหลวงรัชกาลที่ ๙ บอก ทำคุณงามความดี ทำคุณงามความดีทิ้งเหว ปิดทองหลังพระ
บรรเทาสาธารณภัยมาช่วย ๒๐ ปีน่ะ โรงทานๆ ที่เป็นศีลเป็นธรรมขึ้นมาเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนา จิตอาสาที่ช่วยมาดูแลความสงบสุข ช่วยมาดูแลความสะดวก ขอบคุณ
เป็นครั้งสุดท้าย ต่อไปเป็นกฎของวัด
เข้าวัดเข้าวา ผู้ทรงศีลทรงธรรมเขาเป็นคนบำรุงรักษา พวกฆราวาสไม่มีสิทธิ์ ไม่มีสิทธิ์ แค่มาอาศัย อุบาสก อุบาสิกามาอาศัยประพฤติปฏิบัติ ต้องทำตามกติกาของเขา
แล้วครูบาอาจารย์สร้างรวงสร้างรัง ไข่ วางไข่ ฟักลูกนก เราจะฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ทางของฆราวาสเป็นทางคับแคบ อยู่บ้านอยู่เรือนขึ้นมาก็ไม่มีเวลาปฏิบัติ หน้าที่การงานก็ลากของเราไปหมดไง ไปวัดไปวาขึ้นมามันบงการนะ
หลวงพ่อนี่โง่ฉิบหายเลย อะไรก็ไม่รู้จัก ไม่รู้จักอะไรเลยหลวงพ่อนี่ ต้องให้มันบริหารกัน แล้วมันจะบริหารได้ยอดเยี่ยมเลย
มึงไม่สร้างวัดมึงเองล่ะ สร้างวัดมึง แล้วมึงไปบริหารกันเอาเอง
ถ้าเป็นวัด มึงต้องเชื่อฟัง
หลวงพ่อนี่โง่ฉิบหายเลย
มึงพุทโธเป็นไหม
มีคนมาถามปัญหาเยอะแยะไป ภาวนาไปยอดเยี่ยม
วิปัสสนึก ไม่มีอยู่จริง มีอยู่จริงต้องหายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ จนจิตสงบระงับ มีเรา มีเรา เราเห็น เห็นความผิดพลาด เห็นสติปัฏฐาน ๔ มันเห็นกิเลส
กิเลสไม่ใช่เรา แต่กิเลสอยู่กับเรา แล้วมึงจะเห็นไม่ได้ ถ้ามึงทำสัมมาสมาธิไม่เป็น แล้วมึงจะทำไม่ได้ ถ้ามึงยกขึ้นสู่วิปัสสนาไม่ได้
สมถกรรมฐาน ทำความสงบของใจเข้ามา ถ้าใจสงบระงับแล้วเป็นมิจฉา มันว่ามันเสวยผลแล้ว ถ้าเป็นสัมมา แล้วรู้อะไรล่ะ สงบแล้วมีความสุขมากแล้วทำอย่างไรต่อล่ะ
ถ้ามันยกขึ้นสู่วิปัสสนาได้นะ มันจะเห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง ถ้าเห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง มันจะเกิดวิปัสสนา วิปัสสนาคือปัญญาแทงทะลุกิเลส แทงทะลุ รู้จักกิเลส เห็นหน้ากิเลส
มันทำไม่เป็น มันทำไม่ได้ แล้วพอไปวัดไปวามันบอกว่า หลวงพ่อโง่ฉิบหาย ไม่หลอกโยมเหมือนพวกกู กูจะหลอกโยมไง กูมาก่อน กูเป็นอาวุโส ใครเข้ามาก็ต้องทำตามกู หลวงพ่อนี่โคตรโง่เลย อะไรก็พุทโธๆ
พุทโธจนจิตสงบนะ พุทโธๆ ที่โง่ๆ พระอรหันต์ๆ ครูบาอาจารย์พระอรหันต์หมดเลย
ไอ้ที่ว่า โอ้โฮ! มันบรรลุธรรมยอดเยี่ยมนะ มหาโจรทั้งนั้นเลย ลวงโลก ลวงชาวบ้าน
แต่ถ้าเป็นจริง เพราะอะไร ธรรมะเหนือโลกเหนือสงสาร มันมีคุณค่า มึงจะมาโกหกมดเท็จเพื่อผลประโยชน์หรือ มึงจะโกหกเขาแล้วให้เขามองหน้ามึงหรือ มันโคตรไร้สาระเลย ธรรมะมึงนี่นะ ก้มหัวให้โลกหมดเลยเนาะ
แต่ธรรมะหลวงปู่มั่นไม่เคยสนใจ
หนึ่ง เขารู้ไม่ได้ เขาจะเห็นเหมือนเราเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราเห็นจริง เราต้องยืนอยู่บนความจริง ถ้าเขาเห็นปลอม ต้องให้เขาเห็นถูกให้ได้ แล้วให้เขาละความเห็นผิดนั้นเข้ามาสู่ความถูกต้องชอบธรรมที่หลวงปู่มั่นท่านศึกษาค้นคว้า
แล้วท่าน ศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่ง เจริญกึ่งกลางพระพุทธศาสนา เจริญในหัวใจหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น สร้างบุคลากร กองทัพธรรมขึ้นมา จนเป็นข้อวัตรปฏิบัติ เป็นพระป่ากรรมฐาน
เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว แล้วเขายังมาติเรานะ เขาเลิกกันหมดแล้วนะข้อวัตรนี่ เดี๋ยวนี้โลกเจริญ อยู่กันแบบขุนนาง อยู่กันแบบนางฟ้า เทพบุตร ไอ้กรรมฐานขี้ทุกข์ขี้ยาก เขาถึงบอกหลวงพ่อโง่ไง
แต่กูซื่อสัตย์กับธรรมะ กูซื่อสัตย์กับข้อวัตรปฏิบัติ กูซื่อสัตย์กับครูบาอาจารย์ของกู กูซื่อสัตย์กับคุณธรรมของครูบาอาจารย์ที่แสวงหามา
แล้วสิ่งที่มึงเอามากระตุ้นๆ กูน่ะ นั่นน่ะคือสารพิษ คือการเนรคุณ คือการทำร้ายครูบาอาจารย์ของกู กูไม่สามารถเนรคุณครูบาอาจารย์กูได้
กูกตัญญูกับครูบาอาจารย์ของกู แล้วกูซื่อสัตย์กับความเห็น กับความเห็น ความเห็นที่กูพยายามศึกษาค้นคว้าขึ้นมาเป็นสัจจะเป็นความจริง ถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ มันเป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโกกับจิตดวงนั้น เอวัง